วันอาทิตย์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2554

Google Application

 Google  map
สาเหตุที่เลือก  google  map
-          สามารถค้นหาเส้นทางต่างๆ ที่เราต้องการ  และสะดวกต่อการเดินทาง
ขั้นตอนในการใช้งาน
1.ให้เข้าไปที่เวป www.map.google.com
2.
จากนั้นให้หมุนแผนที่โลกมาที่ประเทศไทย จากนั้น search สถานที่ ที่ต้องการจะไป ในที่นี้จะไป
3.จากนั้นซูมเข้าไปในแผนที่โดยใช้ scroll หรือ ปุ่มกลางของเม้าในการซูมเข้าโดยหมุนขึ้น และซูมออกโดยหมุนลง แผนที่ก็จะมีรูปตัวอักษรปักไว้ แต่ละ อักษร
4.
ในที่นี้เลือก A   คลิกขวาที่ตัว A แล้วเลือกที่ เส้ยทางสู่ที่นี่ (destination to here) คือ สถานที่ๆ จะไป
5.จากนั้น ลากแผนที่หรือใช้ ลูกศรในการเลื่อนแผนที่ไปที่ๆเราอยู่ จะไป แต่เราไม่จำเป็นต้องรู้ตำแหน่งที่แน่นอนในแผนที่ จากนั้นคลิกขวาเลือก destination from here คือ ต้นทางที่เราจะเดินทาง
6.
แผนที่จะแสดงเส้นทางที่ใกล้ที่สุด เราสามารถซูมดูแต่ละช่วงของเส้นทางได้ วิธีใช้เหมือนกับ google earth ทุกอย่าง ด้านซ้ายจะบอกระยะทางทั้งหมด และ เวลาที่ใช้เดินทาง และบอกวิธีที่จะไปด้วย

ข้อดี
1. สามารถใช้วางแผนการเดินทางได้
2. สามารถตรวจสอบระยะทางถนนได้
3. สามารถตรวจสอบความกว้างยาว ของพื้นที่ ต่างๆ ได้
4. สามารถตรวจสอบเนื้อที่ ของพื้นที่ ที่เราต้องการได้
5. สามารถนำแผนที่ไปใช้งานได้ในเว็บของเราเอง เช่นกำหนดที่ตั้งของ อบต.
6. สามารถประยุกต์สร้างฐานข้อมูลเพื่อการใช้งานเช่น ระบบแผนที่ภาษีได้
ข้อเสีย
1.บางครั้งไม่สามารถค้นหารายละเอียดที่แน่ชัดที่เราต้องการได้
จุดเด่น
การค้นหาสถานที่ต่างๆเส้นทางที่จะใช้ในการเดินทาง ค้นหาสถานที่ใกล้เคียงและสามารถเจาะลึกเข้าไปถึงบ้านที่เราค้นหาได้อย่างชัดเจน

วันศุกร์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2554

Bus

โครงสร้างเครือข่ายแบบบัส (Bus Network)
คือลักษณะการเชื่อมต่อแบบอนุกรม โดยใช้สายเคเบิลเส้นยาวต่อเนื่องกันไปดังรูปที่ได้แสดงไว้ โครงสร้างแบบนี้มีจุดอ่อนคือเมื่อคอมพิวเตอร์ตัวใดตัวหนึ่งมีปัญหากับสายเคเบิล ก็จะทำให้เครือข่ายรวนไปทั้งระบบ นอกจากนี้เมื่อมีการเพิ่มคอมพิวเตอร์เข้าไปในเครือข่าย อาจต้องหยุดการใช้งานของระบบเครือข่ายก่อน เพื่อตัดต่อสายเข้าเครื่องใหม่ ส่วนข้อดีคือโครงสร้างแบบบัสนี้ไม่ต้องมีอุปกรณ์อย่าง Hub หรือ Switch ใช้เพียงเส้นเดียวก็สามารถเชื่อมต่อเป็นเครือข่ายขนาดเล็กที่มีจำนวนเครื่องไม่มาก ปัจจุบันไม่ค่อยใช้กันแล้ว เนื่องจากไม่มีการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพิ่มเติม ทำให้ความเร็วถูกจำกัดอยู่ที่ 10 Mbps และถูกทดแทนโดยการเชื่อมต่อแบบสตาร์









รูปแบบโครงสร้างเครือข่ายแบบบัส (Bus Network)

Pipeline

Pipeline คือ เทคนิคทำให้คำสั่งหลายๆ คำสั่งทำงานพร้อมๆ กัน แต่ละส่วนจะทำงานให้เสร็จในส่วนของมัน แต่ละส่วนจะทำงานต่างกัน แต่ละส่วนเรียกว่า "Pipe Stage" และแต่ละส่วนจะทำงานต่อเนื่องเป็นทอด ๆ เขาเลยเปรียบเทียบ pipeline กับสายพานเครื่องจักรไงครับ เวลาที่ใช้เคลื่อนที่จากส่วนหนึ่ง (Pipe Stage) ไปยังอีกส่วนหนึ่ง เราเรียกว่า "Machine Cycle" เนืองจากทุกๆ ส่วนทำงานพร้อมกันดังนั้น ค่า Machine Cycle จะดูจากเวลาที่ใช้ใน Pipe Stage ที่ช้าที่สุด

...เป้าหมายสูงสุดของ Pipeline ก็คือ ต้องการให้ความยาวของ Pipeline แต่ละขั้นตอนเกิดความสมดุล ถ้าขั้นตอนแต่ละขั้นตอนสมดุลกันแล้วเวลาที่ใช้ต่อ 1 คําสั่งใน Pipeline จะเท่ากับการใช้ Pipeline จะส่งผลทําให้เวลาการทํางานต่อคําสั่ง 1 คําสั่งลดลง

...ดังนั้น ถ้ามีจำนวน Pipeline เยอะๆ ก็จะช่วยให้การประมวลผลคำสั่งได้เร็วยิ่งขึ้นไงครับ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการออกแบบ Pipeline และองค์ประกอบอื่นๆ ด้วย เพราะว่าคำอธิบายการทำงานมันก็เป็นแค่ทฤษฎี

...จริงๆ มันก็คือ การออกแบบขั้นตอนการประมวลต่อ 1 คำสั่งให้ใช้เวลาน้อยที่สุดอ่ะครับ จะได้ไม่เปลือง Clock และถ้ามีหลายๆ Pipeline มันก็จะช่วยประมวลผลพร้อมๆ กัน ทำให้เพิ่มความเร็วในการประมวลได้ครับ ไม่จำเป็นต้องเพิ่มความถี่สัญญาณนาฬิกา (Clock) ให้สูงเสมอไป

CPU

ซีพียู
มีหน้าที่ประมวลผลคำสั่งต่าง ๆ ที่รับมาจากอุปกรณ์เช่น เมาส์และคีย์บอร์ด เมื่อประมวลผลแล้ว จะส่งผลไปให้กับอุปกรณ์ Output เช่นจอภาพ  ผ่านทางการ์ดแสดงผล  เสียงผ่านการ์ดเสียงพิมพ์งานด้วยเครื่องพิมพ์ ผ่านพอร์ต  Parallal ซีพียูที่นิยมใช้กันในปัจจุบันเป็นของ  2  คู่แข่งแห่งค่าย  Intel คือ  Celeron, Pentium III  และ Pentium 4  ส่วนค่าย AMD มีซีพียูที่มาแรงคือ 


Duron และ Thunderbird

ซีพียู CPU คือ  อุปกรณ์ตัวหนึ่งที่มีความสำคัญและจำเป็นในการทำงานของคอมพิวเตอร์ซึ่งอาจจะเรียกว่าเป็นหัวใจของคอมพิวเตอร์เลยก็ได้ซีพียูเป็นตัวควบคุมการทำงานของอุปกรณ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ที่อยู่ใจคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์ที่ต่อร่วมกับคอมพิวเตอร์โดยจะเป็นตัวกำหนดความสำคัญของอุปกรณ์ว่าตัวใดมีความสำคัญมากกว่าซึ่งหากติดตั้งอุปกรณ์ 2 ตัวที่อินเทอรัพ, การแจ้งกับซีพียูว่าจะขอเฉพาะอุปกรณ์ที่มีความสำคัญมากกว่าเท่านั้น ส่วนตัวที่สำคัญน้อยกว่าจะไม่สามารถใช้งานได้ เช่น ถ้าเราต่อการ์ดจอภาพกับการ์ดเสียงที่อินเทอรัพ


ตระกูลของซีพียู
                ซีพียูที่มีจำหน่ายในท้องตลาดอย่างแพร่หลายมีอยู่ 3 ตระกูล คือ
๑.      Intel
2.   AMD
๒.   Cyrix










องค์ประกอบของซีพ

ลักษณะของตัวซีพียู จะหมายถึง รูปร่างหรือแบบของซีพียูที่ถูกผลิตออกมา ซึ่งจะมีอยู่ด้วยกัน 2 แบบ คือ
                1.  แบบการ์ดหรือตลับ
                มีลักษณะเป็นแผงหรือตลับสี่เหลี่ยมผืนผ้า ด้านล่างมีหน้าสัมผัสสำหรับเสียบลงบนช่องต่อบนเมนบอร์ด ซึ่งเรียกว่า สล็อต (Slot)
                  2.  แบบชิป PGA
                 มีลักษณะเป็นแผ่นชิปบาง ๆ มักเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส ด้านหลังจะมีขาเสียบ โดยรอบสำหรับเสียบลงช่องต่อบนเมนบอร์ด ซึ่งเรียกว่า ซ็อกเก็ต (Socket)
 
ลักษณะการเชื่อมต่อของซีพียูกับเมนบอร์ด
                ลักษณะของซีพียูนี้จะมีผลโดยตรงกับการเลือกเมนบอร์ด   โดยทั้งซีพียูและเมนบอร์ดจะต้องมีลักษณะการต่อเชื่อม ที่เหมือนกัน ซึ่งโดยทั่วไปจะมีอยู่ 2 ลักษณะดังกล่าวมาแล้ว      คือ                1.  แบบสล็อต  (Slot)                สำหรับเสียบซีพียูแบบการ์ดหรือตลับ ซึ่งปัจจุบันจะมีอยู่ด้วยกัน 2 แบบ คือ Slot 1 ที่ใช้กับซีพียูของค่ายอินเทลและSlotAที่ใช้กับซีพียูของค่ายเอเอ็มดี

ใช้กับ Pentium II, III, และ Celeron ของอินเทล
ใช้กับ Athlon ของเอเอ็มดี

2.  แบบซ็อกเก็ต (Socket)
สำหรับเสียบซีพียูแบบชิป PGA ซึ่งปัจจุบันจะมีอยู่ด้วยกันหลายแบบ เช่น Socket 7, Socket 370 สำหรับซีพียูของค่ายอินเทลและ Socket A สำหรับซีพียูของค่าย AMD
           โครงสร้างคอมพิวเตอร์
ความหมายของโครงสร้างระบบคอมพิวเตอร์
          ความหมายของคำว่า โครงสร้าง มาจากคำภาษาอังกฤษว่า Stucture” ซึ่งมีความหมายตามพจนานุกรม New Model English – Thai Dictionary ของ So Sethaputra ว่า

          - โครงร่าง, โครง, แผน, รูป, ร่าง
          - อาการ ( หรือวิธี) สร้างของสิ่งใด ๆ
          - ลักษณะ, ทำนอง
          - สิ่งที่สร้างขึ้น, ตึก, โรงเรียน

          คำว่า Structure” จาก Computer Dictionary ของ Microsoft Press Second Edition ให้ ความหมายไว้ว่า  Structure : The design and composition of a program, including program flow, hierarchy, and modularity; also, a collection of data elements ซึ่งแปลว่า การออกแบบและส่วนประกอบของโปรแกรม รวมถึงแผนภูมิไหลขอโปรแกรม (Program Flow Chart), ลำดับขั้นตอนและส่วนประกอบ, และมีความหมายถึงการรวมกันของข้อมูลด้วยพจนานุกรม “Modern American Dictionary” ให้ความหมายของคำว่า Structure ได้ดังนี้

            - Mode of Building of Arrangement of Parts.
            - Something Constructed.
            - Complex System
  
โครงสร้างคอมพิวเตอร์มีความสำคัญต่อการเรียนวิชาคอมพิวเตอร์อย่างไร
          ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นสิ่งที่ถูกสร้างโดยองค์ประกอบสำคัญอย่างใดอย่างหนึ่งเสมอ ในการเรียนวิชาคอมพิวเตอร์ ถ้าเราได้ศึกษาถึงโครงสร้างของคอมพิวเตอร์โดยละเอียดแล้ว จะทำให้เรารู้ถึงความสำคัญและความสัมพันธ์ของส่วนประกอบต่าง ๆ ของคอมพิวเตอร์ อย่างน้อยจะทำให้เรียนมีความสามารถดังนี้
          - ออกแบบสร้าง หรือบอกส่วนประกอบที่สำคัญของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ต้องการใช้ หรือออกแบบเครื่องคอมพิวเตอร์ให้เหมาะกับงานที่ต้องการได้
          - สามารถเลือกซื้อหรือเลือกใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ให้เหมาะกับงานได้
          - สามารถประกอบหรือปรับปรุง (Up Grade) เครื่องคอมพิวเตอร์ให้ทันสมัยหรือเหมาะกับการใช้งาน
          - สามารถบอกหรือซ่อมเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ขัดข้องด้วยตัวเองได้

โครงสร้างคอมพิวเตอร์ คือส่วนประกอบใดของคอมพิวเตอร์
          ส่วนประกอบสำคัญของเครื่องคอมพิวเตอร์ จะหมายถึงสิ่งสำคัญ 2 ประการด้วยกัน คือ
          - ชิ้นส่วน หรืออุปกรณ์ที่นำมาประกอบกันขึ้นเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ เช่น ซีพียู จอมอนิเตอร์ว่าจะต้องมีอะไรบ้าง และแต่ละชิ้นนั้นมีหน้าที่ในการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์อย่างไร วงจรการทำงานของอุปกรณ์หรือชิ้นส่วนนั้น ๆ เพราะการทำงานของชิ้นส่วนต่าง ๆ หรือของอุปกรณ์ต่าง ๆ จะขึ้นอยู่กับวงจร ถ้าไม่มีวงจรอุปกรณ์นั้นจะทำงานไม่ได้ หรือถ้าวงจรของอุปกรณ์นั้นเกิดชำรุดเสียหาย อุปกรณ์นั้นก็จะทำงานไม่ได้หรือทำงานผิดพลาดขึ้น

ระบบเครื่องคอมพิวเตอร์ และระบบการทำวานของเครื่องคอมพิวเตอร์
          ความหมายของคำว่า คอมพิวเตอร์” “ ระบบเครื่องคอมพิวเตอร์และ ระบบการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ดังนั้น จะต้องทำความเข้าใจใน 3 เครื่องที่สำคัญนี้ก่อน คือ
          - คำว่า คอมพิวเตอร์ภาษาอังกฤษ เรียกว่า Computer ซึ่งมาจากคำว่า Compute แปลว่า คำนวณและคำว่า “Computer” ก็แปลว่า เครื่องคำนวณนั่นเอง ทั้งนี้เพราะวัตถุประสงค์ของผู้สร้างเครื่องคอมพิวเตอร์ในครั้งแรกก็เพื่อใช้ในการคำนวณ หลักการสำคัญในการทำงานของคอมพิวเตอร์ จะเรียกว่า การโปรเซส (Process)” ซึ่งเป็นวงจรที่มีหน้าที่สั่งการและควบคุมการทำงานของวงจรการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ทุกวงจรให้ทำงานตามความต้องกมารของโปรแกรมที่ได้กำหนดไว้ ต่อมาได้มีการพัฒนาปรับปรุงวงจรโปรเซสเซอร์ ให้อยู่ในรูปของวงจรรวม ที่เรียกว่า วงจรไอซี (IC : Integrated Circuit) หรือที่เรียกในปัจจุบันว่า ซีพียู (CPU : Central Processing Unit)” ความหมายของ คอมพิวเตอร์หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ จะหมายถึงตัว Processor หรือตัว CPU นั่นเอง ซึ่งจะไม่รวมอุปกรณ์เครื่องพ่วงอื่น ๆ เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
          - คำว่า ระบบเครื่องคอมพิวเตอร์ หมายถึง ตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ประกอบกับอุปกรณ์ทำงานต่าง ๆ ของเครื่องที่เรียกว่า เครื่องพ่วงหรืออุปกรณ์พ่วง (Peripheral) ต่าง ๆ ที่ ประกอบกันเข้าเป็นระบบเครื่องคอมพิวเตอร์ (Computer System) ดังนั้น คำว่าระบบเครื่องคอมพิวเตอร์ จึงหมายถึง เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ประกอบด้วยส่วนสำคัญ 3 ส่วนคือ
                   - อุปกรณ์เครื่องพ่วงที่ใช้เป็นอุปกรณ์นำข้อมูลเข้า ที่เรียกว่า Input Unit เช่น คีย์บอร์ด เมาส์ สแกนเนอร์ เป็นต้น
                   - ตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือซีพียู ซึ่งมีหน้าที่สั่งการ และควบคุมการทำงานของวงจรทางด้านนำข้อมูลเข้า (Input Devices) และอุปกรณ์นำข้อมูลออก (Output Devices)
                   - อุปกรณ์เครื่องพ่วงที่ใช้เป็นอุปกรณ์นำข้อมูลออก ที่เรียกว่า Output Unit เช่น Printer และจอมอนิเตอร์ เป็นต้น


รูปแสดงระบบคอมพิวเตอร์

          อุปกรณ์เครื่องพ่วงทุกชิ้นไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ทางด้านนำข้อมูลเข้า หรือนำข้อมูลออก เป็นอุปกรณ์อิสระที่สามารถทำงานด้วยตัวของตัวเอง และมีลักษณะเป็นชิ้นส่วนที่สามารถแยกหรือนำมาประกอบกันได้ เรียกว่า โมดูล (Module) ผู้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์สามารถที่จะนำชิ้นส่วนใด ๆ ตามที่ต้องการ จึงเรียกระบบคอมพิวเตอร์ว่าเป็นระบบโมดูลา (Modular System) ทำให้ผู้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ได้รับประโยชน์อย่างน้อย ดังนี้
          - ผู้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์สามารถเลือกใช้อุปกรณ์อะไรเป็นอุปกรณ์นำข้อมูลเข้า และนำข้อมูลออก ประกอบเป็นระบบเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ตามความต้องการที่เหมาะสมกับงานและเงินของตนเอง
          - เป็นการประหยัดเวลาในการสร้างหรือประกอบระบบเครื่องคอมพิวเตอร์ เพราะอุปกรณ์ทุกชิ้นเป็นโมดูล (Module)
          - เป็นการประหยัดเงิน และค่าใช้จ่ายในการประกอบเป็นระบบเครื่องคอมพิวเตอร์ เพราะใช้แต่อุปกรณ์ที่จำเป็นในการทำงานเท่านั้น
          - เป็นการสะดวกและง่ายในการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง ชิ้นส่วนและอุปกรณ์ต่าง ๆ ในกรณีอุปกรณ์ชำรุด หรือเสีย หรือในกรณีที่ต้องการเพิ่มหรือลด (Upgrade) เช่น การเพิ่มหน่วยความจำ การเพิ่มความจุของดิสก์ เป็นต้น
            - ระบบการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ หมายถึง หลักและวิธีการทำงานในระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งมีอยู่หลายวิธีการด้วยกัน เมื่อกล่าวโดยสรุป วิธีการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์แบ่งออกได้เป็น 2 วิธีใหญ่ ๆ คือ
          - การทำงานในลักษณะของแบ็ตโปรเซสซิง (Batch Processing) ซึ่งอาจจะทำครั้งละหนึ่งงาน หรือครั้งละหลายงานพร้อมกันก็ได้ เรียกว่า การทำงานเป็นแบบมัลติโปรแกรมมิง (Multi Programming) วิธีนี้เป็นวิธีการที่รวบรวมงานทั้งหมดที่จะทำในครั้งเดียวกัน เอามาทำพร้อมกัน โปรเซสพร้อมกัน และได้ผลของงานพร้อมกัน
          - การทำงานในลักษณะออนไลน์ (On-line Processing) เป็นการทำงานในระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ที่ไม่จำเป็นต้องรวบรวมงานเพื่อทำเป็นกลุ่ม เช่น การฝาก ถอนเงินจากเครื่องคอมพิวเตอร์ออนไลน์ (ATM) การอัพเดตบัญชีด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ของธนาคารโดยเจ้าของบัญชีเป็นผู้ทำงานเอง